ทริปนี้สังสรรค์บนหลังเขา ณ เขาค้อ "เมืองมะขามหวาน อุทยานน้ำหนาว ศรีเทพเมืองเก่า เขาค้ออนุสรณ์ นครพ่อขุนผาเมือง" เพชรบูรณ์ ปศุสัตว์เขต 6 ตกลงจองที่นัดพบกันที่เขาค้อรีสอร์ท.....แยกถนนหมายเลข 12 ลัดเลาะไปตามชายป่าข้ามเนินเขาแค่อึดใจก็ถึง สถานที่กว้างใหญ่ ร่มรื่น มีต้นยูคาลิปตัสยักษ์ ขนาดสองคนโอบน่าจะใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา คนนำมาปลูกแน่นนอนเพราะไม่ใช่พืชท้องถิ่น.....

สองข้างถนนมุ่งสู่เขาค้อเปลี่ยนแปลงไปมากจากเมื่อ 20 ปีก่อน จากถนนลาดยางเลนไม่ใหญ่มาก ขรุขระ รถวิ่งสวนทาง มองซ้ายเล็งขวาจะเห็นสีเขียวของต้นไม้เกือบเต็มพื้นที่ มองได้เท่านั้นไม่อาจเข้าไปลึกๆ เพราะช่วงนั้นยังมีความคิดเห็นแตกต่างทางการเมืองการปกครอง พอจำได้ว่าราวปี 2535 หลังจากเหตุการณ์สงบสู่ภาวะปกติเกือบ 10 ปี มีโอกาสเดินทางผ่านถนนหมายเลข 2258 มุ่งตรงไปยังหมู่บ้านบนเขาค้อเพื่อหยอดวัคซีนไก่ ถนนบางช่วงยังเป็นดินลูกรัง มีซอยต่างๆ แยกเข้าหมู่บ้าน ชื่อซอย/หมู่บ้านดีมากๆๆๆ ไม่น่าที่จะมาอยู่กลางป่าลึก เช่น อุทโยภาศ พัฒนวรพงษ์ มาตุลี ปัญญาดี รัตนัย ปานสุขุม สาธรกุล ศักดิ์เฉลิมกิจ สิมารักษ์ ฯลฯ สืบค้นข้อมูลดูจึงรู้ว่าเป็นชื่อที่ทางราชการสมัยนั้นตั้งจากนามสกุลให้เป็นอนุสรณ์แด่ผู้ล่วงลับจากสมรภูมิความขัดแย้ง.....สองข้างถนนยังคงปกคลุมได้ด้วยสีเขียวของต้นไม้ ต้นสนสองใบ/สามใบละม้ายคล้ายกับที่ภูกระดึงมีอยู่สองข้างถนนอย่างเนืองแน่น... ผ่านไปยามเช้าแสงแดดอ่อนๆ ส่องผ่านกลุ่มหมอกเป็นริ้วๆ ชวนให้คิดถึงสปอร์ตไลท์แห่งพงไพร...สวยงามมาก นานๆ จะมีรถวิ่งสวนมา....อากาศตอนนั้นค่อนข้างเย็น หนาวนิดๆ ระหว่างทางมีชาวบ้าน ชาวเขานำพืชป่ามาขาย เช่น เสาวรส กระเจียว หน่อไม้ ฟ้าลั่น (เมล็ดมะขามคั่ว) ฯลฯ มาถึงวันนี้ "เขาค้อ" เปลี่ยนไปมากๆๆๆๆๆๆ ถนนหนทางกว้างขึ้น เรียบแป๊บ บ้านเรือน ผู้คน รถราขวักไขว่....ขับรถไปมีรถคันอื่นวิ่งตามหลังราวกับแข่งแรลลี่.....หลงนึกว่ากำลังขับรถอยู่ชาน กทม. จนทำให้มือใหม่หัดขับขึ้นเขาเกร็งตลอด ทาง...ชำเลียงดูส่วนมากเป็นทะเบียน กทม.....สองข้างทางมีจุดชมวิวดูหมอกจุดเดียวบริเวณที่ทำการไปรษณีย์เขาค้อ....หากเป็นเมื่อก่อนจะเห็นปุยหมอกลอยอยู่ใกล้ๆ เกือบตลอดทาง......สีเขียวๆ หายไปเยอะเห็นแต่หลากสีของดินเตรียมไว้ทำการเกษตร บ้านเรือน บ้านพักเช่าตากอากาศรีสอร์ท ฯลฯ.....แต่โดยทั่วไปรู้สึกว่าอากาศยังดีอยู่มาก....

วันนั้นการเดินทางไม่สะดวกเท่าไรเพราะอากาศเปลี่ยนไปทุกๆ ชั่วโมง แดดเปรี้ยง....มืดครึ้ม....ฝนตก....ทีมจัดงานและเพื่อนอาชา 46 ที่เดินทางมาพักล่วงหน้าเล่าให้ฟังว่า....บ่ายๆ ฝนตกทุกวัน ตอนไปถึงราว 5 โมงเย็น ฝนกระหน่ำห่าใหญ่....เล่นเอาทีมจัดงานว้าวุ่นลมตีขึ้นหน้ามาทันใดเพราะตามแผนเดิมจะจัดกลางแจ้ง รอบกองไฟ.....แบบลูกเสือเข้าค่าย....คราวนี้เห็นทีจะเป็นปู่เสือซะมากกว่า....ทีแรกเห็นทีจะต้องย้ายมาจัดในร้านอาหารแต่กะคะเนด้วยสายตาหยาบๆ แล้วไม่น่าจะพอนั่ง คงจะอึดอัดเพราะร้านนี้แคบ หลังคาเตี้ย ไม่น่าจะรองรับพวกเราชาวอาชา 46 มาร่วมงานในปีห้าห้า จำนวน 62 คน พร้อมครอบครัวลูกเมีย+ญาติ+กิ๊กอีก ร่วม 40 คน รวมทั้งหมด 100 กว่าคน น่าเห็นใจทีมจัดตรงที่ย้ายป้ายงาน+เครื่องเสียง+โต๊ะ ถึง 3 ครั้งก่อนงานจะเริ่มจริงๆ...."ลูกสาวใครที่โสด...ช่วยปักตะไคร้ไล่ฝนให้หน่อย...ว่ะ" เสียงเพื่อนคนถึงตะโกนดังๆ มาทางหน้าร้าน....เจ้าประคูณเอ๋ยอยู่กลางป่าอย่างนี้จะเอาตะไคร้ที่ไหน...หรือจะให้วิ่งรถไปซื้อในตลาดเขาค้อ กลับมาก็มืดพอดี รอบๆ เห็นมีแต่หญ้าคอมฯ ใช้แทนกันได้ไหม..?....เวลาล่วงเลยไปเกือบ 5 โมงครึ่ง...ท้องฟ้าเริ่มมีแดดมาทางทิศตะวันตก และแล้วพระพิรุณก็หมดน้ำยาหยุดพักไว้ก่อน ณ ค่ำคืนนี้....โชคดีครับ...โชคดีจริงๆ งานของเราเป็นไปตามแผน "กลางแจ้ง Cow Boy Night...." น้องๆ ที่ทีมงานของท่านวิชิต (ธานี) ดวงมาลา ปศอ.วังทอง พิษณุโลก ท่านสมภาร จิตนันท์ ปศอ.เขาค้อ เพชรบูรณ์ และผองเพื่อน....จัดแจงเตรียมอาหารมื้อค่ำ....วัวหัน+หมู อบ+น้ำจิ้มรสเด็ด...จัดให้ชุด ใหญ่...ตบท้ายด้วยข้าวโพดปิ้ง....หล่อลื่นเคลือบกระเพาะยามดึกก่อนอำลาเข้านอนด้วยข้าวต้มเครื่อง.....อร่อยจริงๆๆ.....กินข้ามต้มกลางป่า คุ้นเคยแต่กินข้าวต้มบนฟุตบาทในเมือง....หลังกลับจากท่องราตรี...(ใครว่ะ...บอกมาเดี๋ยวนี้)...ดนตรีมีชื่อวงว่า 3 ป นักร้องสาว บรรเลงกระท่อนกระแท่น.....เครื่องเสียงก็ครืดคราดอยู่นานเป็นชั่วโมงกว่าจะปรับได้ที่.....แต่ไม่ว่ากันน่ะสงสัยไม่ค่อยได้ออกงาน....ฮา.....เพื่อนหลายคนกระซิบบ่นว่าน้องเขาร้องเพลงเดิ้ร์นเกินไป...ไม่เหมาะกับพวก ส.ว. (สูงวัย) อายุขึ้นต้นด้วยเลขห้า เลยกระโดดขึ้นแจมขับกล่อมด้วยเพลงสากล ไทยเพื่อชีวิตในยุค 70 ที่ถนัด....ฝีมือเกากีต้าร์ของ "เดอะตุ๋ง ระพิน" ยังคงพริ้วเหมือนตอน 30 ปีก่อนโน่น...รูปร่างหน้าตาอย่าง "เดอะติ๊ก ไตรรงค์" ใครผู้ได๋ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อเพราะโชว์พลังเสียงด้วยเพลง Take It Easy และ Take Me Home ได้มันส์ถูกใจโก๋แก่อย่างพวกเหล่าอาชา 46.....ย้ำเตือนให้พวกเราใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย....และเราจะกลับสู่บ้านอันแสนอบอุ่นของเหล่าอาชา 46 อีกต่อไปเมื่อถึงเวลานัดพบกัน.......

ปีนี้ ผอ.อวยชัย ชัยยุทโธ ประธานรุ่น ติดภารกิจด่วนจึงของดร่วมงานสักปี....แต่ท่านวิโรจน์ฯ ปศจ.แปดริ้ว พร้อมคุณนาย มาร่วมงานพร้อมกับแจกหลวงพ่อโสธรรุ่นปี 44 ให้คุ้มครองเพื่อนอาชา 46 และครอบครัวทุกคน...กล่าวขอบคุณเพื่อนๆ ที่สนับสนุนให้เป็นกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์กรมปศุสัตว์ต่ออีกสมัยหนึ่ง...รวมทั้งศิษย์เก่าสัตวแพทย์กรมปศุสัตว์รุ่นอื่นๆ คือ พี่สำเริง ครุฑดำ ปศจ.นครปฐม พี่รังสรรค์ ระวังสำโรง ปศจ.นครราชสีมา พี่สุเทพ ยิ้มละมุล ผอ.สำนักกฎหมาย และน้องฉัตรชัย  ประทุมมาลย์.....และแสดงความยินดี มอบหุ่นม้าอาชาให้ "ปศจ.ป้ายแดง" ท่านประสิทธิ์ พวงทอง ปศจ.อ่างทอง และเพื่อนที่ย้ายข้ามห้วย คือ ท่านเชาวโรจน์ฯ จากปศุสัตว์อำเภอนางรอง บุรีรัมย์ เป็น ผอ.ศูนย์พัฒนาอาหารสัตว์ร้อยเอ็ด...ท่านยอด วิริยะเสนา มหาบัณฑิตหนุ่มสัตวแพทยสาธารณสุขจาก มข. เป็น หัวหน้ากลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์ขอนแก่น และเซอร์ไพรส์สุดๆ ในรอบ 32 ปีมีเพื่อนอาชา 46 มาร่วมงานเป็นครั้งแรก คือ ท่านประจญ กลมกลึง ผอ.กลุ่มอำนวยการฯ ศาลปกครองจังหวัดพิษณุโลก ท่านสุรพล เพ็ญศศิธร ปศอ.คอนสาร ชัยภูมิ และหมอมีเมียเด็ก ท่านปัญญา ภาจันทร์คู ปศอ.ห้วยเม็ก กาฬสินธุ์....

งานเลี้ยงใดๆ ย่อมมีเครื่องดื่มพิเศษคลายเครียดสำหรับบางคน...จัดชุดใหญ่ให้โดยอภินันทนาการจากกลุ่มด่านฯ 8-9 โดยท่านท่านสิริศักดิ์+สมศุกร์+ท่านยงยุทธ......ใครใคร่ริน...ริน ใครใคร่ ชง...ชง และใครใคร่ดื่มน้ำเป-ล่า...ดื่มๆๆๆ.....คุยกันได้เป็นนานแสนนาน...เพื่อนบางคนคุย (โม้) ชวนกินไอ้นี่ผสมไอ้นั่นเพื่อโด๊ปจะได้คึกคักปึ๋งปั๋งปานอาชาออกศึก....พอรุ่งเช้าเพื่อนเจ้าของสูตรถามว่า "เมื่อคืนเป็นยังไงเพื่อน เป็นไปอย่างว่าไหม ?..." เพื่อนคนที่ทดลองรุดตอบอย่างไม่ลังเลว่า "ลุก..ลุก..ทั้งคืนเลย...ลุกขึ้นมาดูว่าไอ้...?......เมื่อไรจะตื่นซะที...ว่ะ.....ยาอะไรสูตรของมึ...เฮ....ซว......แย่กว่าเดิม..ก่อนมานี่ยังใช้การได้ดีอยู่..... "

ปีนี้ตื่นตาตื่นใจสุดๆๆ ต้องนี่เลย...โคมลอย....ท่านสนิทฯ เสนอความคิด + ท่านป็อก จักรพันธุ์ จัดหามา 30 ลูกจากแหล่งผลิตใหญ่ที่ลำพูน.....เหล่าอาชา 46 พร้อมญาติมิตรต่างตื่นเต้นกันใหญ่.....ช่วยกันจุดโคมลอย.....ทั้งๆ ที่เคยเห็นแต่ในโทรทัศน์...พอมาลงมือ จุดเองก็ทำได้ดีมากๆ....ผิดพลาดจุดไม่ขึ้นเพียง 1 ลูกเท่านั้นเพราะจับโคมขาดความสามัคคี เอียงด้านใดด้านหนึ่งมาเกินไปทำให้เปลวไฟไหม้ กระดาษ.....นี่แหละสัจจธรรมของชีวิตอย่างหนึ่ง...."อะไรที่เป็นสายกลางย่อมนำมาซึ่งความสุขแห่งชีวิตแบบพอเพียง....เปรียบดังโคมลอยที่ขึ้น สู่จุดหมายสูงสุดแล้วหมดพลังแรงขับจากลมร้อนก็ตกลงดินดั่งเดิม...เป็นอนัตฺตา....(เจริญพร.....)"

ทริปนี้อากาศเย็นสบาย บ่ายๆ อยู่ที่ 26-28 องศาเซลเซียส หัวค่ำ 20-22 และดึกๆ 14-16......เพื่อนอาชา 46 คนหนึ่งที่จากกรมปศุสัตว์ไปนาน ตั้งแต่ปี 2546 ดีกรีปริญญาโท มสธ. หันไปเอาดีด้านการเมือง ลงสนามเลือกสมัคร ส.ส. พะเยา เขต 2 (เชียงคำ จุน ภูซาง) ครั้งแล้วครั้งเล่า.."เกือบได้ๆๆๆๆ...." ถึงแม้ว่าวันนี้ความฝันจะยังไม่เป็นจริงแต่ชีวิตนี้เต็มเปี่ยมด้วยความฝันว่าสักวันหนึ่งจะเป็นโอกาสของเราตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจอยู่.....จะเฝ้ารอ..มุ่งมั่นจนถึงวันนั้น...และจะไม่ลืมเพื่อนๆ....ท่านอนุชา มุสิกะ....ว่าที่ ส.ส. ในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอน....เหล่าอาชา 46 ขอส่งกำลังใจช่วย....[คลิ้ก]...ช่วงท้ายๆ ของงานได้รับเกียรติจากท่านยุพราช บัวอินทร์ ส.ส. เพชรบูรณ์ เขต 3 (หล่มเก่า น้ำหนาว หล่มสัก) มาร่วมงานด้วย....เหล่าอาชา 46 ขอกราบขอบคุณ ณ โอกาสนี้....

ทุกๆ ครั้งๆ ที่เหล่าอาชา 46 มารวมกันแล้วจะต้องร้องเพลง "นกน้อยในไร่ส้ม...." เพลงของสัตวแพทย์ หลายคนเข้าใจว่าเป็นเพลงของพวกนักข่าว จริงๆ แล้วเป็นเพลงของสัตวแพทย์...ครับ โดย "พรานบูรพ์" หรือ จวงจันทร์ จันทร์คณา เพื่อนนักเรียนเก่าร่วมรุ่นสวนกุหลาบวิทยาลัย แต่งให้ขุน วิจิตรพาหนะการ (ใหญ่ วิจิตรพาหนะการ) อดีตอธิบดีกรมปศุสัตว์ คนที่ 5 (2492-2501) ตามที่ขอร้องเพื่อใช้ร้องในช่วงที่เดินทางไปทำงาน ค้างแรมในที่ต่างๆ เพื่อปราบโรคระบาดสัตว์....คือ โรคห่า.....เข้าใจว่าน่าจะใช้เรียกชื่อโรครินเดอร์เปสต์ (rinderpest) ซึ่งไม่มีชื่อเรียกเป็นภาษาไทยแต่มันทำให้วัวควายป่วยตายจำนวนมากในช่วงนั้น......ถึงตอนใกล้จะปิดงานราว 5 ทุ่ม เหล่าอาชา 46 เหลืออยู่เกินครึ่งนิดหน่อยร่วมกันร้องเพลงนกน้อยในไร่ส้มอีกครั้งหนึ่ง....ต่อด้วยเพลงคำสัญญา ของวงอินโดจีน.....แว่วๆ ว่า "....โอ้เพื่อนเอ๋ย เคยร่วมสนุกกันมา แต่เวลา ต้องพาให้เราจากกัน ไม่นานหรอกหนา เราคงได้มาพบกัน ไม่มีสิ่งใดขวางกั้น เพราะเรามั่นในสัญญา..........."และแล้วเสียงเพลงเสียงดนตรีก็เงียบลง....ทันใดนั้นท่านต้อ หัวเรือใหญ่ของงานนี้ได้ประกาศว่า...."เพื่อนๆ นั่งต่อได้จนถึงสว่าง........ซอดแจ้งโลด.....ยาวไปยาวไป...." แต่ขอโทษครับ....ถองเหล้ากันมาแล้วตั้งแต่ตอนบ่าย...ถึงตอนนี้เกือบจะ "ม่อยกระรอก" กันเต็มทีแล้ว.....แต่ก็มีเพื่อนที่อยู่จนถึงตีสองของวันรุ่งขึ้นได้ราว 20 คน.......งานเลี้ยงครั้งนี้ได้เลิกรากันไปอย่างสงบสุขถ้วนหน้า........

ปีนี้บรรดาคุณแม่บ้านและลูกสุดที่รัก บ่นอุบน่าเบื่อเหมือนเดิม ไม่มีกิจกรรมให้ทำ เหล่าอาชา 46 พอเจอหน้ากันเอาแต่คุยๆๆๆๆๆๆๆๆ จนลืมแม้ กระทั่งช่วยภรรเมียหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าที่หนักอึ้งเข้าที่พัก....หล่อนเสนอว่าปีหน้าใช้ชื่องานว่า "เสวนา อาชา 46" จะเหมาะสมกว่าไหมค่ะ ?....คุยกันกลางแจ้งทั้งคืน...ไม่ต้องหลับ ไม่ต้องนอน...ช่วยประหยัดค่าอาหารค่าที่พักได้ดีแท้......ปีหน้าคงจะต้องแก้ไขในส่วนนี้ครับทีมผู้จัดงาน.... และท่านไพศาลฯ เสนอให้แนะนำอาชา 46 ทีละคนที่มาร่วมงาน พร้อมกับแนะนำภรรเมีย+ลูกๆ ด้วย....เราจะได้รู้จักสนิทสนมกันแบบครอบครัว.....อยากโชว์ตัวบนเวทีว่างั้นเถอะ....ท่านโฆษกดูโอ..สมศักดิ์+พิจิตรรับไปพิจารณาด้วย.......

ปีหน้าห้าหก คาดว่าจะจัดล่องเรือที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก หรือจัดแถวๆ ภาคอีสาน หรือไปโน่น...บึงกาฬจังหวัดใหม่ป้ายแดงริมโขง...ข้ามฝั่งไปเที่ยวลาวซะเลย หรือ เอาจุดศูนย์กลางแถวๆ นครนายก ปราจีนบุรี เพราะรีสอร์ทหลายแห่งที่มีสปา-นวด-ขัดผิวไว้บริการคุณสาวๆ...คงจะถูกใจคุณแม่บ้าน....เพื่อนอาชา 46 น่าจะมาร่วมงานมาก เหมือนกับจัดที่เขาใหญ่ ปากช่อง มากันมากทำลายสถิติสูงสุด 85 คน....เป็นอันว่าสถานที่จัดงานปีหน้ายังไม่ได้ข้อสรุป.....

รุ่งเช้าวันอาทิตย์ที่ 5 กุมภา เหมือนทุกๆ ปีที่แล้ว เรานิมนต์พระสงฆ์จากวัดใกล้ๆ ที่พัก 5 รูป มาฉันอาหารเช้า รับถวายสังฆทาน ทำบุญ กรวดน้ำ อุทิศส่วนบุญส่วนกุศลไปให้ครูอาจารย์ที่ล่วงลับ 6 ท่าน (อ.พจน์, อ.ประเสริฐ, อ.สุขุม, อ.บรรจง, อ.ศักดิ์สงวน, อ.ศิริพรรณ) และเพื่อนอาชา 46 ผู้จากไป 30 คน (เฉลิมพล อุปดี, ชัยณรงค์ กันคำ, ณรงค์ บุญพิทักษ์, ทัศนัย ศิริพงษ์พานิช, ทิติพงศ์ วรรณา, ธำรงเกียรติ เกษศิริ, นพพร วนะภูติ, บุญชัย เล็กสาคร, ประสพ วรชิน, ปิยวัฒน์ หลาวมา, พิสิษฐ์ ทรงศิลป์, มงกุฎ สุพรรณ, ราชศักดิ์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา, ศานิต สงวนน้อย, สนั่น ปทุมวงศ์, สัมฤทธิ์ ประแจวงศ์, สาคร จักรบุตร, สุขสันติ์ จินศิริ, สุนัย ลีตรานนท์, สุเมธ กาบตุ้ม, สุริยงค์ เอสระ, สุวิทย์ ดวงโกสุม, อรรถ วภักดิ์เพชร, อิศรา เบ้าหล่อเพชร) คงเหลือ 185-30 = 155.....ท่านสามารถฯ สวมบทบาทมัคนายกอาราธนาศีล/อาราธนาธรรมได้อย่างคล่องปร๋อ...ทั้งสำเนียง+เสียง+ลีลา...ราวกับว่าเคยอยู่วัดนาน.....แล้วตอนสายๆ เหล่าอาชา 46 เริ่มแยกย้ายจากกันกลับบ้าน....เตรียมตัวทำงานในวันจันทร์ตามปกติด้วยพลังกายพลังใจที่สูดออกซิเจนมาเต็มปอดจากยอดเขาค้อ และการเพิ่มขึ้นของสารแห่งความสุขเอ็นโดรฟิน จากการที่เราได้ยิ้ม หัวเราะ พูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และอื่นๆ อีกมากกมายตลอดเวลาเกือบ 2 วัน 1 คืน....โดยถอดหัวโขนตำแหน่งหน้าที่การงานกองไว้ที่บ้าน....ที่นี่มีแต่เพื่อน....รอยยิ้ม...คลาเคล้าปนเสียงหัวเราะของเหล่าอาชา 46......

คราวนี้มาดูสถิติสูงสุดจากการสำรวจของนักข่าวหัวเห็ด (โคน)...."หล่อสุด มาดพระเองหนังจีน" (หน้าตาใสปิ๋ง ทรวดทรงองค์เอวคงเดิม) = ท่านวิโรจน์ฯ ปศจ.แปดริ้ว....."ฉุสุด" (บานออกด้านหน้า ด้านข้างเกินความจำเป็น) = ท่านคะนอง....."เหี่ยวแห้งสุด" = ท่านปัญญา (เพราะมีภรรยาตอนแก่อายุห่างกัน 18 ปี ลูกเล็กอ้อนมาก หรือพ่อมันอ้อนแม่มันจนไม่มีเวลากินข้าวกินปลา........"แก่สุด" (หน้าตา ผม หนวดเครา) = หนวด เซอร์ปิโก้ (พงษ์ เจษฎาฯ)......."เด็กสุด" (หน้าอ่อน ไร้เดียงสา ไม่เพิ่มความสูง) = ท่านประสิทธิ์ฯ ปศจ.ป้ายแดง-อ่างทอง......."มาดเท่น่าเกรงขาม" = ท่านรักสกุลฯ เกษตรและสหกรณ์จังหวัดนครพนม........"ไฮเทคสุด" = ท่านมนตราฯ กับคอมพิวเตอร์แท็บเล็ท........ "อร่อยสุด" = วัวหันแก้มข้าวโพดปิ้ง....."เมาสุด" = เหล้าจากกลุ่มด่านฯ สตูล/ระนอง ........."แด๊นซ์กระจายสุด" = ท่านอวยชัยฯ จากตราด........ "เดินทางไกลสุด" = ท่านสิริศักดิ์ จากสตูล 1,109 กม. รองลงมาจากตรัง ท่านนิกร แค่ๆ 1,013 กม. เองแหละ......"เดินทางใกล้สุด" = ท่านสมภารฯ ปศอ.เขาค้อ......."หวานแหว๋วสุด" = คู่ของป๋าสนิท / คู่ของท่านวันชัยฯ (คะแนนเท่ากัน...ฮา)........"ตื่นเต้นสุด" = โคมลอยของท่านจักรพันธุ์ฯ .........."สนุกที่สุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ=เหล่า อาชา 46 + ครอบครัว + ญาติมิตร.....

เอาล่ะมาถึงตอนใกล้จะจบแล้ว...อาชา 46 ที่ติดต่อได้ เกือบจะมาร่วมงานได้ในครั้งนี้ คือ ท่านมาโนช แสงประเสริฐ กรมแรงงาน ท่านโกมลฯ ผอ.สำนักกฏหมายปกครอง สำนักงานกฤษฏีกา ท่านไพโรจน์ มินเด็น ทีมโฆษกศาลปกครอง ฯลฯ เพื่อนที่มาบ่อยครั้งแต่ปีนี้ขาดไป คือ ธีระฯ ไพโรจน์ สนิทชัย ธวันชัยฯ พยุงฯ เกรียงศักดิ์ฯ เฉลิมชัยฯ ไชยวัฒน์ฯ ณรงค์ฤทธิ์ฯ และอื่นๆ ร่วม 90 คน....ฝากความคิดถึงไปยังเพื่อนๆ ทั้งในกรมฯ และนอกกรมฯ เชิญมาร่วมงานปีหน้า...ดูรายละเอียดที่ aacha46.com ....ต่ออีกนิด....หนุ่มใหญ่หน้าละม้ายคล้ายกับดารา โกวิท วัฒนกุล มาร่วมงานบ่อยมากแต่ไม่มีรูปในหนังสือทำเนียบรุ่น (รูปหล่นหายไประหว่างนำต้นฉบับส่งโรงพิมพ์...?..)....พอบรรยายรูปเลยไม่รู้ว่ามันคือใครหว่า....เจอกันจังๆๆๆ ที่เขาค้อ...."ไอ้ชาย....ไม่รู้จักกูหรือไง....ในเว็บแก้ไขด้วย...ไม่ใช่บอกว่าไม่รู้ชื่อ.....กูคือ มนัส....มนัส จิตสัจจพงศ์...โว้ย....อยู่เทศบาลท่ายาง..."....ทราบ+แก้ไขให้แล้วครับเจ้านาย.....ส่วนท่านสุรเชษฐ์.....จากเมืองแห่งเวทมนตร์สุรินทร์..กระซิบว่า.."ไปดูหมอมา....คนเกิดวันศุกร์ห้ามมีตัว "ร"...เปลี่ยนชื่อใหม่แล้ว.....พอดีพลุจากโคมลอย....แตกพังๆๆๆๆๆ...ได้ยินชื่อใหม่ไม่ชัดเจน...แล้วกระโผ้มจะรู้ไหมเนี่ย........

สุดท้ายขอฝากบทเพลงนี้
"สัตวแพทย์มั่นไว้ในสามัคคี"
(โดย....พรานบูรพ์)

......สัตวแพทย์ กรำทั้งแดดและฝน
ร้อนและหนาวเราทนผจญ เรื่อยไป
สัตวแพทย์มั่นไว้ในสามัคคี
มั่นไว้ในสามัคคี
ห้วยละหาร ลำธารบึงหนอง
บุกลุย เราต้องน้ำจ้ำไป
ยากลำบากเท่าใด
เราไม่หยุดหย่อน
เราไม่หยุดหย่อน
ที่กินที่นอน เราไม่ห่วงเลย
เราไม่ห่วงเลย
[ที่มา : http://www.siamvet.com ]

== สไล์โชว์ประกอบเสียงดนตรีบรรแลง ==


 

ขอบคุณทีมผู้จัด "เดอะต้อ+เดอะสนิท+ผองเพื่อนในพื้นที่ปศุสัตว์เขต 6"....เตรียมงาน/จัดงาน/เก็บงานครั้งนี้ลุล่วงตามเป้าหมาย....จัดงานแล้วถ้าไม่มีคนมาร่วมงานหรือมาน้อยนิด....คนจัดก็แย่....แต่ปีห้าห้าเหล่าอาชา 46 มากันล้นหลาม....บางคนมากับภรรเมียและลูกยังไม่พอ...หอบหิ้วพ่อตาแม่ยายน้องเมียพี่เมียมาด้วย....ถือโอกาสนี้ "ฉลองวันครอบครัว..." ขอบคุณผองเพื่อนอาชา 46.....ขอบคุณผู้มีส่วนร่วมทุกคน.........และขอบคุณสถานที่ "เข้าค้อรีสอร์ท"......และตอนจบของสไลด์แว่บถ่ายรูปสาวน้อยหน้าใสไร้ศัลยกรรม...เห็นเธอตรงหน้าพระธาตุกาญจนาฯ เลยคว้า Canon EOS550D คู่ใจ....ลั่นชัตเตอร์ทันใดโดยน้องเขาไม่รู้ตัว....ขออนุญาตน้อง ณ ตรงนี้....(ไม่ว่ากันนะครับ...) เอามาฝากอาชา 46 ที่ยังโสดซิงๆๆๆๆ... เผื่อว่าดูรูปเธอแล้วจะได้เพิ่มชีวิตชีวาหาคู่ได้ซะที....และต่อลมหายใจไปอีกหลายๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.......ปี.........ตอนนี้ "พอมีแรง" ...."พอมีเงิน"......"แต่ไม่ค่อยมีเวลา"....พบกันปีหน้า................



เพื่อนอาชา 46 ที่มาร่วมงาน
กิตติพัฒน์ (ภูมินทร์) ชุมปัญญา ( พล ) ปศุสัตว์อำเภอ ศรีธาตุ อุดรธานี
เกียรติศักดิ์ ทรงธรรมวัฒน์ ( บ้วย ) นักธุรกิจ เมือง สมุทรสงคราม
คะนอง อินทร์พรม ( ตุ๋ย ) ปศุสัตว์อำเภอ ตาก
จักรพันธุ์ กาญจนโกมล ( น้อย ) ปศุสัตว์อำเภอ ดอนตูม นครปฐม
จักรพันธุ์ กิติศรี ( ป๊อก ) ปศุสัตว์อำเภอ บ้านธิ  ลำพูน
ชัยวัฒน์ แสวงดี ( แฉง ) สัตวแพทย์ สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรุงเทพฯ
ชูศิษฎ์ (อัมพร) คุปพงษ์ ( ปักกิ่ง ) ปศุสัตว์อำเภอ พระนครศรีอยุธยา พระนครศรีอยุธยา
เชวง วัฒนาโกศัย ( เสียง ) ปศุสัตว์อำเภอ เมือง แพร่
เชาวโรจน์ ศุภกิจ ( โรจ ) ผอ.ศูนย์พัฒนาอาหารสัตว์   ร้อยเอ็ด
ณรงค์ เซี่ยงเห็น ( รง ) ปศุสัตว์อำเภอ บ้านนา  นครนายก
นัฐพงษ์ (วุฒิพร) วงศ์นาค ( แขก ) ปศุสัตว์อำเภอ เมือง กำแพงเพชร
ไตรรงค์ เมนะรุจิ ( ติ๊ก ) หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สำนักเทคโนโลยีชีวภัณฑ์สัตว์ อ.ปากช่อง นครราชสีมา
ธรรมนูญ แสนสุทธวิจิตร ( ตึ๋ง ) ปศุสัตว์อำเภอ กุดรัง  มหาสารคาม
นกูล อ้อยทิพย์ ( หมู ) ปศุสัตว์อำเภอ องครักษ์  นครนายก
นิกร ศรีแก้ว ( กอน ) ปศุสัตว์อำเภอ นาโยง ตรัง
นิรัญ มังคลาทร ( ช้อง ) ปศุสัตว์อำเภอ ไชโย อ่างทอง
บรรจง อ่อนอุ่น ( จง ) ปศุสัตว์อำเภอ พยุหะคีรี  นครสวรรค์
เบญจชัย วัฒนเธียร ( หนุ่ย ) ปศุสัตว์อำเภอ ลำดวน  สุรินทร์
ประจญ กลมกลึง ( ปอ ) ผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการคดีปกครอง สำนักงานศาลปกครอง พิษณุโลก
ประวิทย์ ตั้งตระกูลวงศ์ ( วิด ) ปศุสัตว์อำเภอ ประโคนชัย  บุรีรัมย์
ประสิทธิ์ พวงทอง ( สิด ) ปศุสัตว์จังหวัด เมือง อ่างทอง
ประเสริฐ กานต์ศิริกุล ( เสิด ) ปศุสัตว์อำเภอ วชิรบารมี  พิจิตร
ปรัชญา โพธิ์ขำ ( ต้อ ) ปศุสัตว์อำเภอ ลาดบัวหลวง พระนครศรีอยุธยา
ปัญญา ภาจันทร์คู ( ญา ) ปศุสัตว์อำเภอ ห้วยเม็ก  กาฬสินธุ์
พงษ์เจษฎา มารศรี ( หนวด ) ปศุสัตว์อำเภอ สนม  สุรินทร์
พสุพน (นิพนธ์) ตันติสิริสวัสดิ์ ( พน ) นักธุรกิจ บ้านโป่ง ราชบุรี
พัชรินทร์ คัมภีรคุปต์ ( พัช ) หัวหน้ากลุ่มงานบริหารทั่วไป เมือง อุตรดิตถ์
พานิช ทาโบราณ ( นิช ) ปศุสัตว์อำเภอ หนองสองห้อง  ขอนแก่น
พิจิตร มุสิกูล ( จิ๊ก ) ปศุสัตว์อำเภอ แม่สอด  ตาก
ไพศาล ตู้ไม้ป่า ( กี ) ปศุสัตว์อำเภอ หนองหาน  อุดรธานี
มนตรา มานะกุล ( แอ๊ด ) ปศุสัตว์อำเภอ ท่าคันโท กาฬสินธุ์
มนัส จิตสัจจพงศ์ ( มนัส ) สัตวแพทย์เทศบาล ชะอำ เพชรบุรี
ยงยุทธ วัฒนสินไพศาล ( ยุทธ ) ด่านกักกันสัตว์ ระนอง
ยอด วิริยะเสนา หัวหน้ากลุ่มพัฒนาเทคโนโลยีการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด ขอนแก่น
ระพิณ วิเชียรเพริศ ( ตุ๋ง ) ปศุสัตว์อำเภอ กุดบาก  สกลนคร
รัชช์ (ไพรัช) นามกร ( โต ) ปศุสัตว์อำเภอ เมือง จันทบุรี
วันชัย พิสูจน์ศิลป์ ( ชัย ) ปศุสัตว์อำเภอ บางบุนนาก  พิจิตร
วิชิต (ธานี)  ดวงมาลา ( นี ) ปศุสัตว์อำเภอ วังทอง พิษณุโลก
วิโรจน์ ประยูรวิวัฒน์ ( หมู ) ปศุสัตว์จังหวัด เมือง ฉะเชิงเทรา
วิสุทธิ์ ก๊กเจริญทรัพย์ ( เล็ก ) ปศุสัตว์อำเภอ บางคอแหลม กรุงเทพฯ
วีระ สุวรรณพานิช ( ระ ) สัตวแพทย์

สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด

ราชบุรี
เวฬุวัน ศรีสุธัญญวงศ์ ( หำตุ่ย ) ปศุสัตว์อำเภอ จตุรพักรพิมาน ร้อยเอ็ด
สนิท ท้วมสกุล ( หนิด ) ปศุสัตว์อำเภอ ปลวกแดง ระนอง
สมชาติ ตวงศิริทรัพย์ ( ตี๋น้อย ) ปศุสัตว์อำเภอ ปรางค์กู่ ศรีสะเกษ
สมชาย ช่างทอง ( ชาย ) หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไป สถาบันสุขภาพสัตว์แห่งชาติ กรุงเทพฯ
สมเดช อินทรสด ( บุญ ) ปศุสัตว์อำเภอ ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี
สมพร แสงเพ็ชร ( ทิ่ม ) หัวหน้ากลุ่มงานบริหารทั่วไป เมือง ปราจีนบุรี
สมภาร จิตนันท์ ( หมู ) ปศุสัตว์อำเภอ เขาค้อ เพชรบูรณ์
สมศักดิ์  ศิริติกุล ( ศักดิ์ ) ปศุสัตว์อำเภอ แปลงยาว ฉะเชิงเทรา
สมศุกร์ นาครอด ( ศุกร์ ) ด่านกักกันสัตว์   ระนอง
สัญญา ศิริรักษ์ ( ป๊าก ) หัวหน้ากลุ่มงานบริหารทั่วไป ตาก  ตาก
สามารถ รังผึ้ง ปศุสัตว์อำเภอ หนองบัว นครสวรรค์
สิน กาญจน์พิพัฒน์ ปศุสัตว์อำเภอ ปางศิลาทอง กำแพงเพชร
สิริศักดิ์ (สมศักดิ์) นุกิจรังสรรค์ ( กู้ ) ด่านกักกันสัตว์ สตูล
สุชาติ ปานอ่ำ ปศุสัตว์อำเภอ สามโคก ปทุมธานี
สุธน ชุติพิมลกุล ปศุสัตว์อำเภอ ท่าเรือ พระนครศรีอยุธยา
กิตติเนกษ์ กภูทิน (สุรเชษฐ์ กะภูทิน) ( ป๋อง ) ปศุสัตว์อำเภอ เมืองสุรินทร์ สุรินทร์
สุรพล เพ็ญศศิธร  ( พล ) ปศุสัตว์อำเภอ คอนสาร ชัยภูมิ
สุรินทร์ จันทร์กรณ์ ( อ๊อด ) ปศุสัตว์อำเภอ แม่วงก์ นครสวรรค์
อนุชา มุสิกะ ( กุ๊ ) นักการเมือง เชียงคำ พะเยา
อรรคเดช ทัพยาง ( เดช ) นักธุรกิจ กาญจนบุรี
อวยชัย ผาตินาวิน ( ผอม ) ปศุสัตว์อำเภอ เมือง ตราด


[ข้อมูลงัดมาจากรูป.....มีเพื่อนบางคนแอบไปเมา-นอน ไม่อยู่ในงาน จึงไม่มีรูป-ไม่มีชื่อ หรือ ชื่อ ตำแหน่ง สถานที่ทำงานผิด.....แจ้งด่วน.....]

>>>> โหลดรูปหมู่ <<<<


ส. ช่างทอง รายงาน 07-02-2555